โดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
(ประเทศไทย)
ร่วมกับภาคีเครือข่ายเเละสสส.
สวนผักคนเมือง
ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต
เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553
เพื่อยกระดับการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร
สนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อมของคนเมือง

“เมื่อเริ่มปลูกผัก คนเมืองได้สัมผัสพื้นดิน คุณค่า
ที่มาของอาหาร และเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
รวมถึงความรักในธรรมชาติ
เชื่อมระหว่างคนเมืองกับชนบทได้ มากกว่า
การปลูกผัก คือ การปลูกเมือง และปลูกชีวิต
คนเมืองรู้ว่า พวกเขาผลิตอาหารได้ สร้างพื้นที่
อาหารได้ และเชื่อมโยงคนหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน
เพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง และเดินหน้าต่อไป
เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของเมืองให้เกิดขึ้นได้”
ผลผลิตรวมต่อปี
กก.
จัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือน
กก.
22 เหตุผล
ทำไมพื้นที่อาหารในเมือง
จึงสำคัญ?
วิกฤติด้านอาหาร โรคระบาดและเศรษฐกิจ
ทำให้เห็นชัดว่า
นโยบายพื้นที่อาหารของเมือง

ควรถูกให้ความสำคัญในการพัฒนาเมือง
ด้วยประโยชน์ของพื้นที่อาหารของเมืองในหลากหลายมิติ ได้แก่
มิติความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ
  1. ช่วยยกระดับ
    ความมั่นคงด้านอาหารของเมือง
    สนับสนุนให้คนเมืองมี
    ทักษะพึ่งพาตัวเองด้าน อาหาร
    และเป็น
    พื้นที่เรียนรู้เรื่องอาหาร
    (food literacy) ให้กับคนเมือง
  2. ส่งเสริม
    การเข้าถึงอาหารปลอดภัย
    สำหรับ คนทุกกลุ่ม ผ่านการผลิตอาหารด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมี ส่งผลดีต่อสุขภาพ
  3. ส่งเสริม
    สิทธิในการเข้าถึงอาหาร
    ของกลุ่มคนเปราะบาง อาทิ คนจนเมือง คนชราและคนพิการ จากการสร้าง
    ห่วงโซ่อาหารที่เป็นธรรม (fair urban food chain)
  4. พัฒนา
    สุขภาพกายและใจ
    ของคนเมืองผ่าน กิจกรรมในพื้นที่สีเขียว อาทิ การปลูกผัก การออกกำลังกาย
  5. พื้นที่อาหารของเมืองสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ ช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ
    สร้างสายสัมพันธ์
    กับ ชุมชนและสังคม
มิติเศรษฐกิจ
  1. พื้นที่อาหารของเมือง
    ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารในครัวเรือน ร้อยละ 10 - 30 จาก การเพาะปลูกผัก ผลไม้ และไข่ไก่
  2. เพิ่มระดับการจ้างงาน ทั้งมิติของการผลิต การทำปัจจัยการผลิต รวมถึงการแปรรูป
    สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
    ซึ่งช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิต
  3. เป็นพื้นที่กลางในการ
    พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบหรือแรงงานไร้ฝีมือ
    (unskilled labor) เพื่อยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจในอนาคต
  4. เชื่อมโยงพื้นที่สร้างอาหาร
    ในเมืองเข้ากับ ผู้บริโภคเชิงสถาบัน อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน ส่งผลให้สายพานการผลิตอาหารสั้นลง
มิติสิ่งแวดล้อม
  1. พื้นที่อาหารของเมืองเป็นทางออกที่สมบูรณ์ แบบสำหรับ
    พื้นที่รกร้างว่างเปล่า
    ช่วยเมืองรับมือวิกฤตและภัยพิบัติต่าง ๆ
  2. ให้ผู้คนได้หันกลับมาเห็นความสำคัญของ
    พื้นที่ว่าง
    เพื่อการผลิตอาหาร ซึ่งจะช่วย
    ลดความเสี่ยงอาชญากรรมด้วย
  3. เป็น
    พื้นที่แห่งการเรียนรู้
    ในการกำหนดผังเมืองที่ตอบสนองกับคุณภาพชีวิตและพัฒนาระบบ อาหารของเมือง
  4. ปรับปรุงคุณภาพและ
    เพิ่มมูลค่าที่ดิน
    มีการประเมินว่า
    พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่อาหาร ส่งผลให้เกิดการสร้างชุมชน
  5. ลดมลพิษในเมือง
    ทั้งทางอากาศและทางน้ำ ช่วยให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิต
  6. ลดการเกิดขยะอาหาร
    ของเมืองและช่วยจัดการขยะอย่างมีระบบ
  7. ส่งเสริม
    ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในเมือง
    สร้างความหลากหลายให้กับระบบนิเวศเมือง
  8. เป็น
    พื้นที่อนุรักษ์พืชประจำถิ่น และพืชสมุนไพรบางชนิด
    ที่เติบโตได้ดี ในภูมินิเวศเฉพาะ
  9. ลดความรุนแรงการเกิดอุทกภัยในเมือง การวิจัยพบว่าการทำเกษตรบนดาดฟ้าหรือ บนพื้นปูน
    ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน
    จากน้ำฝนได้
มิติสังคม
  1. พื้นที่อาหารของเมือง
    ส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
    โดยเฉพาะครอบครัวคนเมือง
  2. เป็น
    พื้นที่ทดลอง
    การทำเกษตรทางเลือก สำหรับ
    คนรุ่นใหม่
  3. เป็น
    พื้นที่รวมกลุ่มของสมาชิกในชุมชน
    เพื่อสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดเป็น เครือข่าย
  4. ช่วย
    พัฒนานวัตกรรม
    และ
    การสร้างการเรียนรู้
    อาทิ เรื่องปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ความมั่นคง ทางอาหาร
สถานการณ์ที่ทุกคนสามารถ
เข้าถึง
อาหาร
ได้โดยทางกายภาพ ทางสังคม
และทางเศรษฐกิจอย่าง
เพียงพอ
สำหรับ
การบริโภค มีความ
ปลอดภัย
และมีคุณค่า
ทางโภชนาการเหมาะสมตามความต้องการ
ทางสุขภาพ เพื่อการมีสุขภาวะที่ดี
เกษตร ในเมือง
การทำการเกษตรขนาดเล็กและขนาดกลาง
ภายในเขตเมือง เช่น การเพาะปลูกพืชผัก ผลไม้
การเลี้ยงสัตว์ โดยวัตถุประสงค์หลัก
คือ
ตอบสนองคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น
เป็นสำคัญ
ให้มีอาหารที่เพียงพอ
ต่อการบริโภค มีความปลอดภัย มีความยั่งยืน
สร้างสรรค์โดย:
Punch up